วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

เหล็กหนวดกุ้ง (DOWEL BAR)



สวัสดีครับ พี่ๆ น้องๆ ชาววิศวกรรมโยธาทุกๆ คน และสำหรับผู้ที่สนใจด้านงานช่างทั่วไปครับ พบกันเช่นเดิมครับ วันมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ ก็เช่นเดิมครับ ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีก วันนี้มีชื่อคำว่า “หนวดกุ้ง” กุ้งมันอยู่ในน้ำ แล้วจู่ๆ ทำไมมันกระโดดมาอยู่ใน ฐานราก ตึกราบ้านช่องได้ล่ะ…ซะงั้น อยากรู้ก็ตามผมมาเลยครับ
คำว่า “หนวดกุ้ง” เป็นภาษาทางช่าง หมายถึง เหล็กเดือย ส่วนมากจะใช้กับงานเสาเข็มครับ การเรียกชื่อหนวดกุ้งนี้ ผมคงเกิดไม่ทันเช่นกัน และไม่ทราบแน่ชัดครับ ว่า “นายช่างคนไทยสมัยโบราณ ” บัญญัติไว้เช่นกันครับ ต้องขอยกย่อง นายช่างคนไทยสมัยโบราณเช่นเคย มาเข้าเรื่องกันเลยครับ “เหล็กหนวดกุ้ง เป็นเหล็กที่ไว้สำหรับ การยึดเกาะระหว่างเหล็กเสริมเสาเข็มกับฐานรากให้มีความมั่นคงแข็งแรง หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า Dowel Bar นั่นเอง” จุดประสงค์ของการออกแบบหลักๆ ก็เป็นเหล็กช่วยรับแรงดึงครับ และงานโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น สระว่ายน้ำ รั้วเขต อาคารจอดรถ ป้ายโฆษณา กำแพงกันดิน เขื่อนเก็บน้ำ หรือแม้แต่โครงสร้างอาคารทั่วๆ ไป เป็นต้น บางครั้งผู้รับเหมาต้องการงานให้เร็วขึ้นสกัดคอนกรีตเสาเข็มโดยไม่เก็บหนวดกุ้งไว้ “การเสียเวลานิดหนึ่งแต่ได้งานที่มีคุณภาพครับ” และผมขอฝากไว้ (ไม่ขอคืนครับ) วิศวกรออกแบบโครงสร้าง และผู้ควบคุมงาน ผ่านไปยังผู้รับเหมา ห้ามละเลยเรื่องนี้เป็นอันขาด…ขอบคุณครับ

รูปที่ 1 แสดงเหล็กหนวดกุ้งสำหรับเสาเข็มเจาะ




รูปที่ 2 แสดงเหล็กหนวดกุ้งสำหรับเสาเข็มตอก

บทความโดย ::
นายเกียรติศักดิ์ สุขยา E-mail: skiatisak@gmail.com
เรียบเรียง : 28. 11. 2553

เหล็กเต็ม (เหล็กโรงใหญ่) และเหล็กไม่เต็ม (เหล็กโรงเล็ก)






สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ ชาววิศวกรรมโยธาทุกๆ คน และสำหรับผู้สนใจด้านงานช่างทั่วไปครับ พบกันเช่นเดิมครับ มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ วันนี้ มีชื่อคำว่า “เหล็กเต็ม (โรงใหญ่) และเหล็กไม่เต็ม (โรงเล็ก) หรือเหล็กเบา” ครับ เต็มเพราะอะไร ไม่เต็มเพราะอะไร หรืออย่างไร ชักจะงงๆ แต่มาคราวนี้อาจจะมีวิชาการมากนิดหน่อยน่ะครับ …มาเลยครับ!!!
คำว่า “เหล็กเต็ม” นั้นหมายถึง เหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักของเหล็กได้ตามมาตรฐานสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และ “เหล็กไม่เต็ม” หมายถึง เหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักของเหล็กไม่ได้ตามมาตรฐาน (วสท.) กำหนดไว้ ผมจะยกตัวอย่างของเหล็กในตารางข้างล่างนี้เป็นมาตรฐานของ (วสท.) น่ะครับ และ “เทคนิคการคำนวณเหล็กเส้น” โดยที่ไม่ต้องท่องให้ปวดหัว ปวดกบาลเปล่าๆ ครับ มาดูกันเลยครับ



ตารางที่ 1 แสดงน้ำหนักเหล็กเส้น
เทคนิคการคิด “น้ำหนักเหล็กเส้น”
การคิดคำนวณน้ำหนักของเหล็กทั้งหมดนี้ก็จะมีตัวละครไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง เพียงรู้ข้อมูลตัวละคร ก็รู้ค่าน้ำหนักเหล็กได้หมดแล้ว น่ะครับ “มาดูเจ้าตัวละคร” กันเลยดีกว่าครับ…
  • A = พื้นที่หน้าตัดเหล็ก มีหน่วยเป็นเซนติเมตร (cm2) แต่เราก็จะแปลงให้เป็นหน่วยเท่ากับตารางเมตร (m2)
  • D = เส้นผ่าศูนย์กลางเหล็ก มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) แต่เราก็จะแปลงให้เป็นหน่วยเท่ากับเมตร (m)
  • L = ความยาวของเหล็ก มีหน่วยเป็นเมตร (m) หรือ เราจะคิดต่อ 1 เมตร (m) ก่อนนั่นเอง
  • Spst. = ความถ่วงจำเพาะของเหล็ก เป็นค่าคงที่ เท่ากับ 7,850 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3)
พอรู้ค่าตัวละครรายการที่ 1 ถึงรายการที่ 4 แล้วก็มาทำรายการคำนวณกัน ผมจะให้ D มีค่าเป็น 1 หน่วย
ก่อนครับ



รูปที่ 1 แสดงการคำนวณน้ำหนักของเหล็กเส้น
ตัวอย่างเช่น น้ำหนักของเหล็กเส้น DB 12 mm และ RB 12 mm จะเหมือนค่าประมาณใกล้เคียงกับตารางที่ 1 ด้านบนครับ!!! ส่วนเหล็กเส้นอื่นๆ ก็ประยุกต์ได้เหมือนกัน ลองทำดูแล้วกันครับ และ จะสังเกตุเห็นว่าค่าน้ำหนักของเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กข้ออ้อย SD – 30 หรือ SD – 40 ที่มีขนาดเท่ากัน น้ำหนักจะเท่ากันเสมอครับ…ขอบคุณครับ
หมายเหตุ :
เหล็กเส้นกลม (RB = Round Bar ) และ เหล็กเส้นข้ออ้อย ( DB = Deformed Bar )
  • SD – 30 หมายถึง กำลังจุดคลากของเหล็ก 3,000 kg/cm2
  • SD – 40 หมายถึง กำลังจุดคลากของเหล็ก 4,000 kg/cm2


บทความโดย ::
นายเกียรติศักดิ์ สุขยา E-mail: skiatisak@gmail.com
เรียบเรียง : 21. 11. 2553

การออกแบบเสายาว (LONG REINFORCED CONCRETE COLUMNS)




เสายาว (Long Reinforced Concrete Columns or Slender Reinforced Concrete Columns) หมายถึง เสาที่มีความยาวถึงค่าที่เสาเมื่อรับน้ำหนักแล้วจะโก่งตัว เมื่อแรง P = 0 เสาจะเป็นเส้นตรง แต่เมื่อแรง P เพิ่มขึ้นเสาจะโก่งตัวเล็กน้อย หรือหากมีแรงตามแนวขวางดันที่กึ่งกลางของเสาทำให้เสาโก่งตัว ถ้า P ยังมีขนาดไม่มากเมื่อเอาแรง F ออกเสาจะกลับสู่สภาพเส้นตรงเหมือนเดิม แต้ถ้า P มีขนาดมากถึงค่าๆ หนึ่งเรียกว่า “น้ำหนักหรือแรงวิกฤต” (Critical Load) ถึงแม้ว่าจะเอาแรง F ออกก็ตาม เสาก็จะยังคงโก่งตัวไม่กลับสู่สภาพเส้นตรงเหมือนเดิม ซึ่งเรียกว่า การโก่งเดาะ (Lateral Buckling) เมื่อแรง P เลยค่าวิกฤติ Pcr เสาก็จะโก่งตัวมากขึ้นจนหักนั่นคือน้ำหนักวิกฤติ Pcr เป็นน้ำหนักสูงสุดหรือน้ำหนักประลัยของเสา ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากค่าอัตราส่วน “ความยาวต่อความกว้างของเสา” (l/t) ที่มีค่ามากกว่า 15 ดังนั้นในการออกแบบเพื่อป้องกันการโก่งเดาะ เราจึงต้องทำการคำนวณหาค่า “ตัวคูณลดกำลัง” (R) ซึ่งจะใช้ค่าที่น้อยกว่า 1 แต่ในกรณีที่ค่า R มากกว่า 1 ก็ให้ใช้เท่ากับ 1 (ออกแบบโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน : WSD)
ความสามารถในการรับน้ำหนักของเสายาว P’ = PR
  • R = 1.07 – 0.008(l’/r) <=1
  • l = ความสูงของเสา
  • r = รัศมีไจเรชั่น (Radiud of Gyration)



ความยาวประสิทธิผล (Effective Length)

ความยาวประสิทธิผล (Effective Length) สามารถจำแนกได้เป็น 4 กรณีดังต่อไปนี้
  • Hing : Hing >>> K = 1 : l’ = l
  • Fix : Free >>> K = 2 : l’ = 2l
  • Fix : Fix >>> K = 0.5 : l’ = 0.5l
  • Fix : Hing >>> K = 0.7 : l’ = 0.7l
ส่วนในขั้นตอนการออกแบบนั้น เราก็จะทำการออกแบบโดยใช้สมการในการออกแบบเหมือนกับการออกแบบเสาสั้นโดยทั่วไป ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึง ณ ที่นี้


ขอบขอบพระคุณที่มาของข้อมูล :   http://baannaifun.blogspot.com
การก่อสร้าง





จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี







ตัวอย่างงานก่อสร้างอาคารบ้านพักสำเร็จรูป









งานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ
การก่อสร้าง คือกิจกรรม การกระทำให้เกิด การประกอบ หรือการติดตั้ง ให้เกิดเป็นอาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค หรือส่วนประกอบของสิ่งที่กล่าวข้างต้น และมักจะหมายถึงงานทางด้านโยธาเป็นส่วนใหญ่
การก่อสร้างเป็นการปฏิบัติวิชาชีพแขนงหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยงานไม้ งานคอนกรีต งานปูนก่อฉาบ งานเหล็ก ช่างซึ่งปฏิบัติงานในงานแขนงนั้น ๆ ก็จะเรียกตามประเภทของงานนั้น ๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ฯลฯ คำที่เรียกโดยรวมก็คือ ช่างก่อสร้าง และผู้ที่มีอาชีพลงทุนรับจ้างทำงานก่อสร้างจะเรียกทั่ว ๆ ไปว่า ผู้รับเหมา











ประเภทของโครงการก่อสร้าง







ประเภทของโครงการก่อสร้าง ได้แก่
งานอาคาร ได้แก่
งานบ้านพักอาศัย
งานอาคารพักอาศัยรวม ขนาดใหญ่
งานอาคารสำนักงาน
งานโรงเรียน
งานอาคารทางศาสนา
งานอาคารทางด้านอุตสาหกรรม เช่นโรงงาน โรงเก็บวัสดุ ฯลฯ
งานอาคารเพื่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่นสนามกีฬา โรงเก็บเครื่องบิน อาคารที่พักผู้โดยสาร ฯลฯ
งานถนนและระบบสาธารณูปโภคด้านขนส่ง ได้แก่
ถนน
ทางรถไฟ
งานระบบทางด่วน
สนามบิน
ท่าเทียบเรือ
งานระบบชลประทาน ได้แก่
เขื่อน
คลองส่งน้ำชลประทาน
งานอาคารประกอบอื่น ๆ
งานระบบสาธารณูปโภค อื่น ๆ ได้แก่
ท่อส่งน้ำ ท่อส่งน้ำมัน ท่อส่งแก๊ส
โรงผลิตน้ำประปา
โรงบำบัดน้ำเสีย
โรงงานกำจัดขยะ และระบบกำจัดขยะแบบอื่น ๆ
โรงไฟฟ้า* ฯลฯ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างโดยตรง


ผู้ลงทุน
สถาปนิก
วิศวกร
วิศวกรโยธา
วิศวกรโครงสร้าง
วิศวกรงานระบบ
ผู้รับเหมา


ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/